ตอกเสาเข็มหรือทำฐานแผ่…ดี?

ฐานราก คือ ส่วนประกอบของโครงสร้างที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักของอาคารทั้งหลังเอาไว้ ส่วนการตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ฐานรากแบบไหนนั้น โดยทั่วไปมีเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้:-

อันดับแรก เราต้องทราบน้ำหนักของอาคารที่ถ่ายลงบนฐานรากแต่ละฐานว่ามีน้ำนักกดลงไปเท่าไร ทำได้โดยให้วิศวกรคำนวณออกแบบโครงสร้างตามหลักวิศวกรรม

ต่อมาก็มาพิจารณาว่าชั้นดินในพื้นที่ที่เราจะก่อสร้างนั้นสามารถรับน้ำหนักได้เท่าไร

พิกัดรับน้ำหนักของชั้นดิน
พื้นที่ (ตัน/ตร.ม.)
กรุงเทพฯ หรือ พื้นที่ดินอ่อน 2
ภาคกลาง 8
ภาคเหนือ 8
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8
ภาคตะวันออก, ชลบุรี, ระยอง 10
ภาคใต้ 10
ใกล้ภูเขา (มองเห็นภูเขา) 12
ใกล้ทะเล 12

 

ต่อจากนั้นจึงมาคำนวณหาขนาดของฐานราก โดยหลักการแล้วการกำหนดว่าฐานรากที่ใช้เสาเข็มจะมีขนาดเท่าใดนั้นสามารถทำได้โดยนำเอา “น้ำหนักของอาคารทีกดลงบนเสาเข็ม” ลบกับ “พิกัดการรับน้ำหนักของดิน”คูณกับ “พื้นที่ของฐานรากที่สัมผัสดิน”

พิกัดรับ นน. ฐานราก = (นน. อาคารทีกดลงบนเสาเข็ม) – (พิกัดรับ นน. ดิน) X (พท. ฐานรากที่สัมผัสดิน)

เช่น กำหนดให้ฐานรากมีขนาด 2×2 เมตร (โดยยังไม่พูดถึงความหนาของฐานราก) ก่อสร้างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฐานรากนี้จะสามารถรับน้ำหนักอาคารได้ 8X(2×2) = 32 ตัน (โดยไม่ใช้เสาเข็ม)

เมื่อถึงเวลาก่อสร้างจริง ก็เป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาที่ต้องไปตรวจสอบพื้นที่จริงว่าชั้นดินแข็งที่สามารถรับน้ำหนักได้ 8 ตัน อยู่ลึกลงไปจากผิวดินเท่าไร แต่โดยทั่วไปแล้วควรจะลึกลงไปไม่ต่ำกว่า 1.00 เมตร (ไม่รวมดินถม) แต่ถ้ามีดินถมก็ต้องลึกจากระดับดินถมลงไปอีก 1.00 เมตร เพราะดินถมจะไม่สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอ

ขั้นตอนสุดท้ายก็มาตัดสินใจว่าจะเลือกฐานรากแบบเสาเข็มหรือฐานแผ่ดี เนื่องจากการก่อสร้างอาคารโดยใช้ฐานรากเสาเข็มจะมีต้นทุนที่สูงกว่าการใช้ฐานแผ่ ดังนั้นเราควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเราจะเลือกใช้ฐานรากแบบเสาเข็มในกรณีที่น้ำหนักของอาคารที่กดลงบนฐานรากมากเกินกว่าที่จะทำฐานแผ่ได้ ซึ่งน้ำหนักของอาคารที่ลงในแต่ฐานรากมันมากเกินกว่าดินจะรับไม่ไหว และถ้าจะทำฐานแผ่ฐานอาจต้องใหญ่มากๆ จนพื้นที่ก่อสร้างไม่เพียงพอนั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *